Review | SZA - CTRL


    SZA (ซิสซ่า) ชื่อจริง Solana Imani Rowe อเมริกันนิวเจอร์ซีย์ ลูกครึ่งคริสต์-มุสลิมผู้ชื่นชอบอักษรย่อ เปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยอัลบั้มเต็ม 'CTRL' (Control = ควบคุม) หลังจากถูกแฟนๆ รบเร้า และนักวิจารณ์จับตารอมาหลายปี ล้วนถูกกระตุ้นความสนใจจากอีพีเก่า และผลงานร่วมกับศิลปินต่างๆ โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังเป็นศิลปินหญิงหลักคนแรกที่ TDE ค่ายฮิพฮอพอินดี้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุคดึงตัวมาใช้งาน ผลักดันจนสร้างเป็นชิ้นงานเต็มในที่สุด ซิสซ่าสร้างตัวในฐานะนักร้องแบบแผนโซล อาร์แอนด์บี ป๊อป กึ่งฮิพฮอพ คลาวด์ และแนวอื่นๆ ที่เน้นทักษะการขับร้องเป็นส่วนใหญ่ ความตั้งใจของเจ้าตัวเป็นไปในลักษณะรสนิยมทางศิลป์ โรแมนซ์ เรื่องทางเพศ ความอาลัยอาวรณ์ ความรู้สึกส่วนตัว ความดราม่าที่ไม่น้ำเน่า เศร้าแบบมีสไตล์ สะบัดผมหยิกฟึบฟับไล่น้ำตา เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของสาวผิวสี

    กลับมาที่ตัวอัลบั้ม ความรู้สึกแรกหลังฟังอัลบั้มคือเพราะ พริ้ม อิ่มอก แต่หน่วงใจหน่อยๆ เหมือนได้ฟังผู้หญิงคนหนึ่งระบายความรู้สึกรวดร้าวออกมาเป็นเสียงดนตรี แต่เราก็ได้แค่ฟัง ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะแนวเพลงเธอแต่ไหนแต่ไรเป็นไปในทางบอกเล่าความในใจ ความคิด ความเชื่อ ซึ่งในอัลบั้มหลักนี้ เธอลงลึกไปในหัวข้อที่ต้องการระบายนั้น ให้มีชั้นเชิง ทำให้แต่ละแทร็คเชื่อมอารมณ์ไปด้วยกันได้ ดึงความเห็นอกเห็นใจจากผู้ฟัง เนื้อหาส่วนใหญ่ลงรายระเอียดเกี่ยวกับจิตใจของผู้หญิงหลังพ้นเลข 20 ไป ความเข้าใจเกี่ยวกับความรัก ผู้ชาย ร่างกาย และชีวิตการทำงาน เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ที่เจอ มันถาโถมเข้ามาเป็นไม่หยุดหย่อน ส่งผลทั้งที่ดี หรือน่ากลัว อาจเรียกพัฒนาการของตัวผู้พูดก็ได้ถ้านั่นหมายถึงการที่เธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่า อัลบั้มนี้พูดถึงประเด็นปัญหาความรักส่วนตัวของเธอค่อนข้างเยอะ จะอิงอันที่น่าสนใจก็พอนะ

     เนื้อหาช่วงแรกยังอยู่การอาลัยกับรักเก่า เสียดาย ทิ้งความรู้สึกเดิมไปไม่ได้ Drew Barrymore เพลงที่น่าจะเรียกน้ำตาที่สุดของอัลบั้ม การแสดงออกทางน้ำเสียงบ่งบอกถึงความเจ็บปวด น้อยเนื้อต่ำใจ โทนที่มืดมน ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจจากตัวตนในบทจากนักแสดงหนังรักตามชื่อเพลงนั้นเลย 'Love Galore' เพลงรักหน้าร้อน ในจำนวนผู้ชายที่มาร่วมในอัลบั้มนี้ผมรู้สึกว่า Travis ไปได้ดีกับเพลง แบบอินไปด้วยมากกว่าเคนดริคเสียอีก เหมือนซิสซ๋าเวอร์ชั่นผู้ชาย แต่แน่นอนว่าเพลงโดยรวมผมยกให้ Doves In The Wind ดีที่สุดอยู่ดี ถึงเพลงจะทุ่มเนื้อหาไปที่ 'ฮี' ซึ่งตามบริบทจริงๆ แล้วมันโรแมนติคมาก อย่างการเปรียบเปรยถึงเรื่องราวความรักระหว่างฟอเรส กัมพ์ กับเจนนี่ คือเธอปราถนาให้ผู้ชายได้อะไรดีๆ มีค่าจากผู้หญิงมากกว่าการได้เย่กัน เคนดริคเองก็บรรยายอะไรคล้ายๆ กันในมุมมองของผู้ชายที่ออกจะโหดตรงไปตรงมากว่า (อาจจะได้ไอเดียจากเพลง These Walls ของพี่แกเองก็ได้นะ) แต่ก็น่ารักอยู่ดี ยังไม่ต้องพูดถึงความยอดเยี่ยมของโปรดัคชั่น สำหรับเพลงอาร์แอนด์บีแล้วมันครีเอทในเรื่องของการร้องมาก เท่เอาเรื่องอยู่ (ตลกที่เจ๊แกบอกถึงจู๋เธอจะอ่อนแอ ฉันก็ยังมีของเล่นสำรองได้ เหมือนตบหลังคุณผู้ชายเบาๆ)


    ช่วงกลางของอัลบั้มหลังจาก Prom ฟีลหลังจากนั้นจะยืดยาด เหนื่อยหน่าย เคลื่อนไปในทำนอง Lo-fi แทร็ปจางๆ แต่จะบอกว่าชิลก็ไม่ใช่ คือเหมือนพ้นงานพรอมไปแล้วนั่นแหละ เมื่อวัยรุ่นต้องเผชิญกับโลกแห่งความจริง ความพยายามบาลานซ์ชีวิตรักและการงาน คือก็ฝืนอยู่ และเมื่อดูเหมือนมันจะไปไม่รอดทั้งสองอย่างมันก็ท้อ เป็นจุดที่เธอรำลึกถึงหลายๆ เรื่องที่เธอผ่านมา เขาเรียกว่าอะไรล่ะ? สำนึก? เพราะเรื่องที่ผ่านมาเธอเองก็มีส่วนทำให้มันแย่เองด้วย ในเพลง Garden เธอรู้ว่ารักมันหลอกลวง แต่ก็ไม่สน เธอรู้ฐานะตัวเองเป็นแค่ตัวสำรอง ก็ยอมเขา แต่ตรงนี้เธอไม่ได้ใส่อารมณ์ลงในน้ำเสียงแบบที่มีลูกเล่นมากพอที่จะสามารถบีบให้เราคล้อยตามเนื้อหาได้เหมือนเพลงแรกๆ ครวญครางไปแบบเลื่อนลอย แต่เรายังเข้าใจจุดประสงค์อยู่แหละ เพราะฉะนั้นก็ปล่อยอารมณ์ให้เหมือนตัวละครในเพลงเลย แบบ เอาก็เอาวะ รอดก็พอ ตรงนี้เธอกำลังเข้าใจทุกอย่าง แต่เธอกลับควบคุมอะไรไม่ได้แล้ว

   เหลวแหลก

     Normal Girl แม้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่เธอคล้ายฟื้นตัวกลับมามองโลกในแง่ดีขึ้นมา ยังนอยนิดๆ กับตัวเองในอดีต กึ่งประชดประชัน ถ้าย้อนกลับไปได้ก็อยากจะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ไม่เล่นอะไรสุ่มเสี่ยงกับชีวิต โคตรชอบโปรดัคชั่นช่วงนี้เลย ซินธ์คีย์บอร์ด กีต้าร์โซโล เหมือนหลุดมาจากพวก OD Future นิ่มนวล เร้าใจ เจ้าเล่ห์อบอุ่น น่ายัดแรปเปอร์เพิ่มสักคน จนบทสรุป 20 Something เธอปลดเปลื้องทุกอย่างออก บรรยากาศนีโอโซลเข้าขั้นพีค เธอยอมรับแล้วว่าชีวิตที่ผ่านมาค่อนข้างล้มเหลวด้านการจัดการ ยังหวังว่าตัวเองจะยังรักษาเพื่อน คนรักไว้ได้ เธอใช้คำว่า Miss 20 Something เพราะอย่างที่บอก เชื่อว่ามันเป็นอะไรที่คนในช่วง 20 ขึ้นไปต้องเผชิญโดยเฉพาะกับผู้หญิง อืม คือในทางเนื้อหาผมเป็นผู้ชายก็คงเข้าถึงได้ไม่สุดหรอก แต่รวมๆ แล้วผมพอใจทุกอย่างที่ซิสซ่าออกแบบมา โปรดัคชั่นดี คอนเซ็ปดี ร้องได้ มิกซ์ดี ฟีเจอร์โดน ถึงนีโอโซลจะเป็นอะไรที่จับทางยากด้วยการฟังไม่กี่รอบ มันผสมผสานกับอาร์แอนด์บีทางเลือก จังหวะทดลองอะไรหลายๆ อย่างด้วย เชื่อว่าถ้ามีโอกาสได้ฟังอีกรอบก็อาจจะชอบมากขึ้น ไม่ถึงกับวิเศษวิโสอะไร แต่หาอย่างไรก็มองไม่เห็นข้อตำหนิ เพราะฉะนั้น SZA เดบิวท์อัลบั้มผ่านฉลุยครับผม


เพลงที่ชอบ : Supermodel, Love Galore, Doves in the Wind, Drew Barrymore, Normal Girl, The Weekend, Broken Clocks


SZA : CTRL (2017)
Top Dawg / RCA
By Jitrpanu Palarit 22/09/2017


การโต้แย้งเพื่อให้รู้ความจริงเป็นสิ่งที่ดี เถียงเราได้เลยนะ

Previous
Next Post »