Review | Tyler, The Creater - Scum Fuck Flower Boy


   เรามาถอยหลังดูภาพใหญ่ก่อนดีกว่า Tyler the Creater ที่เรารู้จักคือใคร ไอ้คนที่แร็พเพี้ยนๆ ทำตัวบ้าบอ? คิดอย่างนั้นก็ไม่ว่าอะไรครับ แต่อยากให้มองอย่างนี้ด้วย ความเพี้ยนแบบในตัวเขามันมีอยู่ในตัวทุกคนนั่นแหละ แต่สภาพแวดล้อมและนิสัยส่วนตัวเขามันเอื้อให้การแสดงออกมันมากกว่าคนทั่วไป ยิ่งเขายังอายุน้อยและเป็นศิลปินก็ยิ่งมีโอกาสที่การกระทำจะมาจากความไม่ยั้งคิด หรือคิดแล้ว (แต่ก็ช่างแม่ง) ประเด็นปัญหาที่เรามักได้ยินจากเขาก็มักจะเป็นเรื่องความขัดแย้งกับเพื่อน กับสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สำคัญกับอัลบั้มนี้มากเลยก็คือ เรื่องเพศ ที่สังคมเคยประนามว่าเขาไว้ว่าเป็นพวกเหยียด แต่มาตอนนี้ไทเลอร์กลับพลิคคดีเปิดเผยว่าตัวเองก็ชอบผู้ชายเหมือนกันนะ...อ้าว คืองี้ ถ้าพิจารณาไว้ก่อนว่าปกติเขาเป็นพวกเล่นไม่รู้เรื่องอยู่ละ มีโอกาสอยู่ว่านี่จะเป็นแค่มุก แต่ถ้ามันจริง คิดตามความจริงจังของน้ำเสียง และเนื้อหาในเพลง และการที่เขาก็เริ่มโตขึ้นมากแล้ว ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย และมันก็จะเป็นสิ่งที่ลงล็อคกับภาพลักษณ์อัลบั้มนี้ ทำให้มันแฟนซีงดงาม และอ่อนระทวยใจเป็นอย่างยิ่งในเวลาเดียวกัน (เรื่องเพศมันเปราะบาง เข้าใจนะ) ณ เวลาเก้าโมงเช้า แดดอบอุ่น งานท่วมหัว ชั่งเป็นเวลาที่เหมาะกับการรีวิวอัลบั้มนี้จริงๆ
Scum Fuck หรือ Flower Boy ?
     ทั้งคู่เลยครับ แต่คนทั่วไปมักมองข้ามความกรูฟและความคิดสร้างสรรค์ที่เขามี เพราะภาพลักษณ์ที่ดูบ้าเกินจะยอมรับ แม้แต่ผมก็ไม่ยอมรับแบบเต็มใจนักเมื่อลองฟังงานเพลงเขาแรกๆ มันบ้าพลัง ไม่ประเทืองปัญญาเท่าไหร่ แต่บันเทิงใจอย่างไม่ต้องสงสัย อัลบั้มก่อนหน้านี้ Cherry Bomb เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกได้รับด้านที่อ่อนไหวจากเขา แต่ยังเป็นลักษณะกล้าๆ กลัวๆ ไม่เต็มที่ ยังยึดศักดิ์ศรีเป็นแรปเปอร์สายอันตรายอยู่ แต่ไอ้การที่ไม่เข้าใจตัวเองสักทีนี่แหละ ทำให้ Cherry Bomb นั้นมันออกมาพิกลพิการ ทั้งเนื้อหาและซาวด์ดนตรี เป็นข้อสำคัญหนึ่งที่เขาน่าจะคิดได้ในอัลบั้มนี้ ปรับปรุงให้งานเพลงเขามุ่งไปทางใดทางหนึ่ง ด้วยคอนเทนท์เดิม แต่ด้วยงานศิลป์ที่สวยงามขึ้น ตั้งใจมากขึ้น และสร้างหัวข้อที่มีคำตอบพร้อมอยู่ในตัว

     ขณะที่เพลงเกือบทั้งหมดวนเวียนอยู่กับความเครียดและความรู้สึกแปลกแยกของไทเลอร์ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจืดจาง ความรักที่ไม่สมหวัง (ไม่แน่ใจละว่าเพศไหน) รวมถึงความรู้สึกของคนที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แบบเต็มตัว เนื้อเพลงที่เปิดใจและมีขอบเขตจำกัดจากไอเดียในส่วนโปรดัคชั่น ถูกใส่เข้าด้วยกัน ความอัดแน่นแต่ไม่ล้นนี้กลายเป็นจุดพีคของเพลงเท่าที่เงื่อนไขจะอำนวย สำหรับศิลปินสมทบอย่าง แฟรงค์ โอเชี่ยน ฟาเรล วิลเลี่ยม แคลี่ ร็อคกี้ เจเดน ลิลเวย์น และคนอื่นๆ คือคนที่อยู่ในบทบาทในไลน์ของอัลบั้มด้วยกัน ช่วยยกพื้นเพของแต่ละเพลงให้มีหัวข้อของตัวเอง ไม่ใช่แค่คนประกอบฉากหรือเป็นแค่เพลงพิเศษที่มีแขกรับเชิญ

     ไทเลอร์แผ่รัศมีของ R&B สายสว่างออกมามากเป็นพิเศษ เสียงสังเคราะห์ต้องอยู่ในโน้ตสูง ไวโอลินต้องดังหึ่งๆ อยู่ข้างหลังตลอดเวลา มันให้อารมณ์ฤดูร้อน ทุ่งดอกไม้ ห่างไกลจากผู้คน เหมือนเวลาวัยรุ่นต้องการพื้นที่ส่วนตัว ปีนขึ้นต้นไม้ ขึ้นหลังคา เหม่อมองฟ้า เพื่อปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่าง เป็นด้านที่ไม่อยากให้คนทั่วไปเห็น ถึงจะมีบางเพลงที่เหมือนคนร้องนั้นอยากจะเผาทุ่งดอกไม้นั้นอยู่บ้าง แบบในเพลง Who Dat Boy กับ I Ain't Got Time ด้วยความทรมาน ฉุนเฉียว หรือสับสนในใจ แต่อย่างไรคนๆ นั้นก็ไม่สามารถหนีความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง (I Can' Even Lie I've been lonely as fuck!) คือ อ่อนไหว อบอุ่น โดดเดี่ยว สองด้านนี้มันหน่วงเหนี่ยวต่อสู้กันอยู่ ในเพลง 911 หรือ See You Again ผมถึงกับได้ยินประโยค โหยหาความรักความเมตตา ดังขึ้นมาในหัวเลยทีเดียว


     การทิ้งท้ายของอัลบั้มนี้ถึงจะคล้ายจบไม่จบแปลกๆ กลวงพิกล แต่มันไม่ได้รู้สึกค้างคาตามไปด้วย เหมือนหน้าร้อนที่ทิ้งช่วงยาวๆ แต่บทจะไปก็ไม่บอกกล่าว แต่อย่างไรไม่มีใครห้ามมันได้ และมันยังให้ความหวังว่าครั้งถัดไปเราอาจจะได้เจออะไรแบบนี้ หรือดีกว่านี้อีก จากเรื่องราวที่ผ่านมานั้น จาก Tyler, The Creater คนนี้ รวมๆ แล้วถือเป็นความก้าวหน้าที่คาดไม่ถึงว่าจะมาจากเขาคนนี้เลย นอกจากจะเป็นอัลบั้มที่คนทั่วไปคิดว่าดีที่สุด เข้าถึงได้มากที่สุด เป็นรูปเป็นร่าง อิ่มเอมเข้มข้นที่สุด ยังเป็นงานที่มีแนวโน้มว่าจะไต่ชาร์ตได้สูงสุดและประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อีกด้วย คงเป็นสัญญาณดีที่ทำให้เขามีกำลังใจเลือกเดินตามทิศทางนี้ต่อไป

เพลงที่ชอบ : Forwords, See Your Again, Who Dat Boy, Garden Shed, Boredom, I Ain't Got Time, 911/Mr. Lonely, Droppin' Seeds, Glitter


Tyler, The Creater : Scum Fuck Flower Boy (2017)
Lebel
By Author 20/08/2017


การโต้แย้งเพื่อให้รู้ความจริงเป็นสิ่งที่ดี เถียงเราได้เลยนะ

Previous
Next Post »