Review | The Louvin Brothers - Tragic Songs of Life


       คุณเอ๋ย ว่าจะหาอะไรเก่าๆ ฟังสบายๆ ผ่อนคลายเสียหน่อย เส้นตึงกว่าเดิมซะงั้น พี่น้อง Ira และ Charlie Louvin ตำนานดนตรีโฟล์ค คันทรี่ยุคแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำได้มากที่สุดในเพลงแผนกนี้ เพราะอะไร สมัยนั้นกลุ่มคันทรี่ก็ไม่ใช่น้อยๆ หรอก กลุ่มนักร้องเสียงทองร้องเพลงพลางโยกเยกตามคลับบาร์ มีให้เห็นอยู่ทั่ว เช่นพี่น้อง Delmore ที่มีอิทธิพลกับพวกเขามาก เอกลักษณ์ของพี่น้อง Louvin ไม่ใช่สิ่งที่เป็นถึงขั้นปรากฏการณ์ทางดนตรีอะไรขนาดนั้น แต่พวกเขาสามารถเค้นศักยภาพตามแบบแผนเพลงคันทรี่ที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมได้อย่างเต็มที่ ฝีมือเครื่องสายแมนดาริน มันไปพร้อมกันด้วยดีกับน้ำเสียงที่มีสเน่ห์สุดยอดของทั้งคู่ ผมคงฟังเขาเอื้อนขึ้นเอื้อนลงได้ทั้งวันเลย Ira จะเป็นเสียงนำร่องที่สูงกว่า และ Chalie เสียงทุ้มประกอบจังหวะ ทั้งคู่ต้องคอยกำกับประสานสอดรับกันไปอย่างสวยงาม ดั่งการจับคู่เต้นรำ  "ต้องพยายามอย่าเหยียบตีนกัน" - Charlie ที่พึ่งเสียชีวิตไปปี 2011 นี้เกล่าเอาไว้ ขณะที่อีกคนจากไปก่อนนานแล้ว ด้วยสาเหตุที่ว่านั้น และก่อนหน้านั้นมีดราม่าชีวิตมากมายที่ส่งผลกับชีวิตพี่น้องคู่นี้ แต่คิดว่าส่วนใหญ่มันยังไม่สำคัญกับอัลบั้มนี้มากนักเลยยังเลี่ยงไว้ก่อน ถ้ามีโอกาสพูดถึงอัลบั้มอื่นอีกอาจจะยกขึ้นมาคุยอีกก็ได้

       ด้วยความยังไร้เดียงสากับแนวเพลงนี้ จึงเกิดความประมาทอย่างไม่น่าอภัย คิดมาตลอดว่าคงจะได้ฟังคนขี่ม้ากระดกเบียร์ร้องเพลงเกี่ยวกับสาวข้างบ้านอะไรทำนองนั้น อันนี้เป็นบทเรียนจำไว้เลยว่าทุกแนวเพลงมันมีทั้งคนที่ทำอะไรธรรมดาตามสูตร และพวกที่มีความสุดโต่ง สร้างสรรค์ตามสไตล์ส่วนบุคคลจนโดดเด่นออกมา มันก็มีเช่นกัน อีกอย่างหนึ่งเลยคือแนวเพลงนี้มันก็มีคลาสของมันในระดับนึง มีการประชัน มีครูมีการแข่งขันชั้นเชิงศิลป์ทำอย่างไรจึงจะเล่นกับอารมณ์ผู้ฟังได้ที่สุด สองประเด็นนี้ถ้ามองรวมได้จะเข้าใจว่าอัลบั้มนี้สร้างมาแบบไหน คือไอเดียเกี่ยวกับคันทรี่นอกจากจะเป็นเพลงกระแสหลักที่ต้องอาศัยความสามารถทางการขับร้องและเครื่องดนตรีแล้ว สำหรับพวกเขาแล้วยังเป็นเรื่องของจิตวิญญาณปรัมปรา กึ่งศาสนากึ่งนิทานพื้นบ้าน บวกเข้าไปด้วย ไม่ใช่ในแบบที่รู้สึกลึกลับไกลตัว แค่สิ่งที่เป็นธรรมชาติ ธรรมดา มันไม่เกี่ยวกับว่าคือเรื่องจริงหรือไม่ ก็แค่อยู่ในวิถีชีวิตของเขา จะเล่าไปก็คล้ายชนบทเมืองไทยเรา (ส่วนหนึ่งเราเคยนับถือแต่ผีล้วนๆ เลยนะ) กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่นี้เป็นต้น คือตัวอย่างนิยามคำว่า Tragic ของชีวิตได้ แต่นั่นยังเบา มันก็ยังมีเรื่องสุด Cult กว่านั้นอีกมากมายจนคุณอาจจะอึ้งว่ารุ่นบรรบุรุษเราเป็นขนาดนั้นเลยเรอะ ฉันใด ฟากฝั่งหนึ่งของอเมริกาที่พี่น้องคู่นี้เติบโตมาก็ฉันนั้น

       12 เพลงเป็นตัวแทนของความเลวร้าย โศกเศร้า ตลกร้าย ที่หลีกเลี่ยงยากในชีวิตคนทั่วไป หรืออย่างน้อยก็ตามพื้นเพความเป็นอยู่ของพวกเขา (ผู้ร้อง) ในเพลง Kentucky, Alabama  พวกเขาคิดถึงสถานที่ต่างๆ ความทรงจำที่ทั้งหอมหวานและขมขื่น อยู่ที่นั่น เพลง I'll Be All Smiles Tonight, My Brother's Will ความผิดหวังอันรุนแรงที่ทำให้ต้องยิ้มทั้งน้ำตา เพลง Let Her Go... และ A Tiny Broken Heart ความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้เสมอ In The Pines และ Take the News to Mother คือการจากลาทุกรูปแบบ เหล่านี้ นำทางไปสู่เวทีสุดท้ายของชีวิตคือ เรื่องของความเป็นความตาย เพลง Katie Dear My, Knoxville Girl และ Mary of The Moor เล่าเรื่องเกี่ยวกับความตาย คู่รักฆ่าตัวตาย และโศกนาฏกรรมครอบครัว มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่เรื่องจริงจากชีวิตใครคนใดคนหนึ่ง แต่พวกเขาใช้ชื่อหรือสถานะบุคคลที่สามเพื่อสื่อไปตามบทที่เป็นเรื่องเล่าขานกันมามากกว่า เทคนิคเส้นเสียงที่เดาทางไม่ได้ของพวกเขา ที่ยังรักษาความเป็น Gospel (บัลลาดละครโศก? 😅) แต่ปรับเนื้อหาให้เป็นสาธารณะ ชีวิตประจำวัน มันให้บีบเราจนบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องเหล่านั้น หรือกับคนเหล่านั้นดี เหมือนคุณเปิดดูข่าวตอนเช้า "อ้อ มีคนตาย" แล้วก็ใช้ชีวิตต่อ สำหรับผมคงต้องการจะรับงานชิ้นนี้เหมือนเป็นบทเรียนมากกว่า ตัวอย่างความวิปโยคล้วนๆ แบบนี้มันมีอยู่จริง แม้อัลบั้มนี้จะเป็นการบังคับเสนอมาแต่ด้านร้ายๆ เพียงด้านเดียว ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่มีโอกาสได้เจอกับมันเลยในชีวิต

เพลงที่ชอบ : Kentucky, I'll Be All Smiles Tonight, What is Home Without Love, A Tiny Broken Heart, Alabama, Knoxville Girl

The Louvin Brothers : Tragic Songs of Life (1956)
Capitol
By Jitrpanu 22/04/2017


การโต้แย้งเพื่อให้รู้ความจริงเป็นสิ่งที่ดี เถียงเราได้เลยนะ

Previous
Next Post »