Review | Twenty One Pilots - Blurryface


" Blurryface ไม่ใช่ทั้งด้านขาวและดำ มันมีระดับซับซ้อนมากกว่าที่เคยพูดไว้ มันสามารถเป็นตัวแทนของความเศร้า โกรธ ชั่วร้าย และความหลงผิด ก็ได้ ที่แน่ๆคือ เขามีแนวโน้มที่จะชักจูงคุณ แต่เป็นไปในทางฉุดคุณลง ไทเลอร์อิงถึงมุมมองของ 'ใบหน้าที่เลือนลาง' ของเขา และความน่ากลัวของการเกี่ยวพันกับศัตรูที่มองไม่เห็น มันมีบางอย่างกำกวมเกี่ยวกับตัวเขา บางอย่างที่อธิบายให้ลงตัวไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะตีความว่า Blurryface คือใคร/อะไร มันก็ปลอดภัยที่จะพูดว่า มันครอบครองบางอย่างที่เราทุกคนพยายามซ่อนไว้ และไม่แสดงออกสู่โลกภายนอก "
    คำอธิบายนี้จาก Rike ผู้ดูแลอาร์ทเวิร์คของอัลบั้มดูจะเป็นข้อสรุปที่ดีที่สุด เนื่องด้วยเขารับคอนเซ็ปนี้จากไทเลอร์ โจเซฟโดยตรง และผมตัดสินใจจะไม่ทำให้บทความนี้ยืดยาวไปกับการมโนทำความเข้าใจความหมายทับซ้อนพลิกแพลงของอัลบั้ม ที่ไม่น่าจะมีอยู่จริง ด้วยบริบทผิวๆ กับรูปแบบเพลงที่ได้รับฟังนี้ จะขอจำกัดแนวคิดวุ่นวายพวกนี้ไว้ให้พอดีน่าฟัง อย่างแรก ความโกลาหล ความเครียด ปัญหาชีวิต ปัญหาทางจิตที่ไทเลอร์บรรยายภาพให้เรามองเป็นตัวละครลึกลับอะไรสักอย่าง มันน่ากลัวนะ มันอยู่กับทุกคนเลยนะ อย่างสอง คือตัวตนทางศาสนา เมื่ออัลบั้มดำเนินผ่านไปซักพัก สักครึ่งนึง มันจะชัดเจนขึ้นว่าตัวละครเหล่านั้นเป็นสิ่งไม่ดี ใช้คำแทนว่าความชั่วร้าย แล้วก็นั่นแหละครับ สูตรดั้งเดิม ตามมาด้วยความดีงาม ที่พึ่งพิงสุดท้าย ผู้กอบกู้ กำชีวิตเราไว้ในมือ ผ่าซากไปเลยว่าพระเจ้า และอย่างสาม สุดท้าย ก็พวกที่คล้ายเป็นส่วนเสริมให้เนื้อความมันยังรู้สึกว่าอยู่บนโลก จับต้องได้ อย่างเรื่องชีวิตเขาในวงการเพลง บ้านเกิด แฟนเพลง และก็แฟนจริงๆ ของเขา อย่างในเพลง Tear In My Heart ที่แฟนไทเลอร์มีส่วนในการดึงสติเขาไว้ไม่ให้หมกมุ่นแต่กับความมืด ก็เป็นเพลงที่ค่อนข้างแยกตัวชั่วคราวจากเส้นเรื่องของอัลบั้ม แต่ขณะเดียวกันมันกลับสำคัญกับเนื้อความรวม มองตรงนี้ผมจะยังถือว่าอัลบั้มนี้ทำงานได้ราบรื่นดีนะ คือสอดแทรกเนื้อหานอกได้เป็นระยะๆ และมันก็แทบจะเป็นหนึ่งในข้อดีไม่กี่อย่างที่อัลบั้มนี้มี ยอมรับว่าการฟังครั้งแรกเนี่ย ช่วงเริ่มรู้สึกมีความหวังลุกโชน ผ่านไปซักพักก็โหวงๆ ไปบ้าง ยังทำใจได้อยู่ แต่ครึ่งหลังตั้งแต่ Lane Boy ลงไปเนี่ย...ทรมานมาก ความหลุดทั้งคอนเซ็ป และความต่อเนื่องของอารมณ์ของแต่ละเพลงมันมากเกินไป โดดไปโดดมาน่าหงุดหงิดมาก ไม่รู้เขาตัดสินใจผ่านลงอัลบั้มได้ยังไง คือฟังจบมัน "เบลอ" จริงๆ ครับ

Bulletproofinblack.co.vu

     ปัญหาของ Twenty One Pilots แต่ไหนแต่ไรไม่ใช่เรื่องของไอเดีย ความตั้งใจ สปิริตการทำเพลงที่มีความตั้งใจให้แตกต่าง มีอิสระภาพทางดนตรีเป็นตัวตั้ง อันนั้นมีก็ดีแล้ว ติดอยู่ที่ว่าพวกเขายึดติดกับสูตรสำเร็จพวกนั้นมากกกเกินไป ในสายตาของเขาคือ แนวเพลงจำพวกนี้ๆ ป๊อป ร็อค แร็พ อิเล็คโทรนิคส์ ยิ่งอัลบั้มนี้เพิ่มเร็กเก้มาด้วย (เพิ่มจนล้น) มันจะมีลักษณะเฉพาะของมันนะ อย่างนี้อย่างนั้น เพื่อความเหนือ เราก็ยัดลักษณะของแนวเพลงพวกนั้นใส่รวมกันไป ให้เป็นแนวเพลงของเราโดยเฉพาะเลย  แนว! ซึ่งมันเป็นการใช้รูปแบบเพลงสำเร็จรูปมายัดใส่กันครับ ไม่ผิดครับ แต่สิ่งที่ออกมามันไม่ใช่แนวทางที่จะทำให้พวกเขาก้าวหน้าอย่างที่หวังกัน คือคุณสร้างกรอบตัวเองขึ้นมาใหม่โดยการพยายามออกนอบกรอบเดิมนั่นแหละ ดังที่ว่านี้ ผลงานเพลงตลอดอาชีพพวกเขาจึงออกมา "ทื่อ" จนน่าเศร้า โหล เลี่ยน แนวเพลงมันดิ้นได้ครับ แร็พร็อคอะไรเปลี่ยนได้ (ซึ่งมันก็เปลี่ยนมานานแล้ว) อิเล็คโทรนิคส์ปรับนิดเพี้ยนหน่อยได้ พวกเขาไม่คำนึงถึงข้อนี้ เพลงส่วนใหญ่มันเลยกลายเป็นการเดินตามโครงสร้างของลักษณะป๊อปไปซะงั้น ตั้งใจสวนตลาดเจาะเฉพาะแฟนเพลงในกลุ่ม มันดันตีตลาดฮิต ฮือฮาได้ใจคนฟังน้อยใหญ่ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขามันโดนสบประมาทเป็น ป๊อปแร็พบ้าง ป๊อปร็อคบ้าง คือจะไปฝั่งไหนเขาก็ไม่รับเป็นแนวเพลงเค้า มัน Alternative...อะไรก็ว่าไป และไม่ใช่ในแง่ดีด้วย พวกเขาก็ยังยันจุดหนึ่งไว้ได้ดีคือ เนื้อเพลงในทุกอัลบั้มสังเกตมีการพัฒนา มีขอบเขตแนวคิดเล่นแง่เล่นคำสนุกขึ้น หลายๆ ท่อนเลยที่ผมชอบมาก อยากโควทให้ดูแต่เดี๋ยวจะยาวไป แต่นั่นแหละ ด้วยวิธีการทำเพลงแบบนี้ เนื้อหาดีแค่ไหนมันก็รู้สึกเหมือนกำลังฟังเด็กคนนึงพยายามฉลาด พูดดีแต่ไม่รื่นหู เหมือนวัยรุ่นค้นพบว่าโลกมีด้านมืดเป็นครั้งแรกเลยทำตัวดาร์คๆ คูลๆ คล้ายอย่างนั้นมากกว่า

เพลงที่ชอบ : Tear In my Heart, Stressed Out, Not Today


Twenty One Pilots : Blurryface (2013)
Fueled by Ramen
By Jitrpanu Palarit 16/07/2017


การโต้แย้งเพื่อให้รู้ความจริงเป็นสิ่งที่ดี เถียงเราได้เลยนะ

Previous
Next Post »