Review | Logic - Under Pressure


        แรปเปอร์จากไกเธอร์สเบิร์ก แมริแลนด์ Logic (ลอจิค) ย่อมาจากชื่อเดิม Psychological และมีชื่อจริงที่อลังการกว่านั้น (อยากรู้วิกิดูครับ ฮะฮ่า) รู้จักกันทั่วไปในฐานะแรปเปอร์ผิวขาวสกิลสูงที่ประวัติสะอาดก้าวหน้าได้อย่างไร้ข้อฉาวโฉ่ มิกซ์เทปทั้งสี่ที่ผ่านมาได้เพิ่มระดับความสนใจจากคนนับตั้งแต่ปล่อยแบบปีต่อปี แผ่นต่อแผ่น สร้างฐานแฟนคลับที่มั่นคงได้ตั้งแต่ยังไม่ปล่อยอัลบั้มเต็ม (รู้จักกันในชื่อ Rattpack) เขาคือตัวอย่างของคนมากมายที่เลือกมาทางสายนี้และประสบความสำเร็จได้โดยไม่มีแรงช่วยเหลืออะไรมาก แทบจะเริ่มจากศูนย์ หนึ่งคือต้องยอมรับล่ะว่าภาพลักษณ์เขาไม่น่าใช่คนมาทางนี้ ถึงจะศิลปินก็ออกจะเหมือนนักร้องอินดี้ร็อคมากกว่า ต้องมีอะไรดีในระดับนึงจริงๆ สองคือเขาสร้างตัวขึ้นจากที่ที่ไม่ค่อยรู้จักกันในแวดวง โดยเฉพาะฮิพฮอพมากนัก สภาพแวดล้อมแบบนั้น ตามที่โพล่งมาตั้งแต่เริ่มมิกซ์เทปแรกคือเขาบอกเราว่าทุกอย่างมันเริ่มต้นที่สตูดิโอห้องใต้ดินที่บ้าน เหมือนวัยรุ่นทั่วไป มันเป็นเรื่องของตัวเขากับการแร็พเท่านั้น ด้วยธรรมดาอายุน้อย ฝันไกล ครอบครัวกีดกัน จนสุดท้ายดรอปจากโรงเรียน ยืนอยู่บนความเสี่ยงทั้งที่ขายังไม่ทันก้าวเข้าไปอยู่บนเส้นทางด้วยซ้ำ ด้วยแรงใจของตัวเองและมันสมองด้านนี้ได้ขับเคลื่อนตัวตนของเขาให้สร้างผลงานที่สามารถสะกดสายตาจากคน...กรณี Logic นี้ต้องเรียกว่าจากคนฟังเพลงที่ชอบสำรวจหาอะไรใหม่ๆ ฟัง ยิ่งช่องทางปัจจุบันที่ทำให้การโปรโมทตัวเอง ให้คนได้ค้นเจอผลงานและพบคนมีพรสวรรค์ทำได้ไม่ยากเหมือนสมัยก่อน แต่มิกซ์เทปที่ว่อนไปทั่วทั้งท้องถนนและอินเตอร์เน็ตนี้มันก็ไม่น้อยเลยนะ ฝีมือมีแล้วก็ต้องอาศัยโชคช่วยนำทางต่อไป



       นับตั้งแต่กอดคอเดินกับแฟนเพลง ใช้หมอนเป็นอุปกรณ์เก็บเสียง จนถึงจุดที่เขาได้เซ็นสัญญากับค่ายดังและโอกาสอำนวยได้สร้างโปรเจ็คใหญ่ 'Under Pressure' ในที่สุด แต่ Logic ก็ไม่เคยมองว่าระหว่างมิกซ์เทปกับอัลบั้มเต็มนี้มันจะเป็นเส้นแบ่งระหว่างการดำเนินเรื่องราวของชีวิตเขาในบทเพลง คือส่วนมากแล้ว เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ศิลปินจะรีเซตเรื่องราวทุกอย่างในงานทดลองเก่าเพื่อการวางโครงสร้างงานใหม่เกือบทั้งหมด ส่วน Logic นั้นการเปลี่ยนแปลงสำหรับเขาก็คงมีเฉพาะเรื่องโปรดัคชั่นและการเล่าเรื่องราวที่เข้ามาใหม่ในชีวิตเท่านั้น เพราะอย่างนี้ คนที่เป็นแฟนเพลงดั้งเดิมที่โตไปพร้อมเขาจะเอนจอยกับงานใหม่ทุกอย่างของเขามากกว่าคนที่พึ่งเริ่มมาสนใจเพราะพึ่งได้ยินชื่อ ข้อสังเกตที่ทำให้รู้เช่นนั้นคือ บทเพลงของ Logic ไม่เคยเปลี่ยนแนวทางของการถ่ายทอดความคิดลงในเพลงเพื่อคนฟัง เป็นปัจจุบัน เป็นความซื่อสัตย์ต่องานศิลปะของตัวศิลปิน มีเท่าไหร่ก็ใส่ลงไปเท่านั้น อย่าง Logic นี้ เมื่อเริ่มเขารู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร เขาก็ปล่อยรังสีความมุทะลุในตัวและความมั่นใจไปเต็มที่ (ก็มีโม้บ้างตามสไตล์เพลงน่า) Logic มีเป้าหมายในระดับสูงระดับหนึ่งที่เหมือนเจ้าตัวก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขามีความสนใจ ค่อนข้างเนิร์ดในทุกๆ ด้าน ภาพยนตร์ เกมส์ และคลั่งไคล้สนใจเรื่องเพลงพอๆ กับแฟนเพลงตัวเอง เขาได้รับอิทธิพลจากหลายๆ ด้านจากดนตรี แม่ของเขาเปิดผลงานของ Frank Sinatra ให้ซึมซับตั้งแต่เด็ก จนเขารู้สึกเหมือนชีวิตช่วงเด็กเขาเหมือนดาราคนนั้นเหลือเกิน (ที่มาของซีรี่ย์ Young Sinatra) แต่สุดท้ายเขาหันความสนใจมาที่ฮิพฮอพอย่างเต็มตัว ซึ่งเขาไม่เคยลืมความรู้สึกในอดีต ทำให้งานเพลงเขาตลอดมามีรูปแบบที่ยึดติดกับความสนใจสื่อและอ้างอิงจากความคลั่งไคล้ส่วนบุคคลมากเป็นพิเศษ

      ซึ่งมันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียที่เป็นเงาติดตัวลอจิกนับตั้งแต่เข้าห้องอัดวันแรก เขามีข้อมูล เขามีไอเดีย เขามีต้นแบบให้ดูตาม เขามีความฝันให้เลือกเดิน แต่เขา(ยัง)ไม่มีสิ่งที่ทำให้ตัวเองหลุดออกมาจากสิ่งเหล่านั้นและเป็นอะไรที่แตกต่างในเส้นทางที่เขาเลือก แค่เข้าร่วมแต่ไม่คิดจะแซง เขาพอใจอย่างนั้น Logic แร็พเป็น (เทพด้วย) ทำเพลงเป็น ง่ายๆ คือเข้าใจจังหวะทำนอง ความความสอดคล้องของการเขียนเนื้อหาและการถ่ายทอดแบบชั้นเชิงศิลป์ แต่ไม่รู้ทำไมเป้าหมายของเขาถึงยังวนเวียนอยู่บนฐานความคิด 'ต้องทำให้ดีเหมือนอันนั้นอันนี้เลย' อยู่นั่นแหละ เพื่อความเข้าใจ เรามาสำรวจพอสังเขปตัวอัลบั้มที่พูดถึงอยู่นี้ดีกว่า Under Pressure ให้เนื้อหาเหมือนชื่ออัลบั้ม คือเขาอยู่ภายใต้ความกดดันหลังจากที่ได้เข้าวงการอย่างเต็มตัว เขามีเงินทอง ชื่อเสียง อย่างที่เคยคุยไว้เล่นๆ แต่ถึงการสร้างชื่อนั้นจะยากก็จริง การรักษามันไว้ยากยิ่งกว่า (ลุง Dre บอกมา) ในเพลงแรกเป็น Intro ลอจิกยังยึดเอาความรู้สึกด้านบวกไว้แบบเดิม เขาทำเพราะมีความสุข เพราะความรักในงานที่ใฝ่ฝัน และเขาทำสำเร็จแล้ว แต่อุปสรรคที่ยังติดตามมาและที่กำลังจะเผชิญอยู่ในเพลงต่อๆ มาเป็นอะไรที่ต้องคิดเหมือนกัน เช่น ปัญหาครอบครัวเพื่อนฝูง ปัญหาแก๊งยา ติดนิโคติน ดีหน่อย Logic เป็นคนประเภทปรับตัวเก่ง ถึงจริตไม่ได้แสดงออกผ่านการแร็พมาก แต่ความรู้สึกเพลงมันสามารถปรับเข้ากับเนื้อหาได้แบบเดียวกับที่ Logic ปรับความรู้สึกไปตามสถานการณ์ที่ต้องเผชิญอยู่ จะเป็นความรู้สึกประมาณ เออก็ได้วะ ดูเป็นความรู้สึกที่คนยักไหล่ใส่ทั้งด้านดีและไม่ดีของชีวิตได้ ชิลดีผมชอบ

      เข้าใจความรู้สึกรวมๆ แล้วมันก็ดูง่ายอยู่หรอก แต่ถ้าจะเข้าใจเนื้อความทั้งหมดมันรู้สึกเสียเวลาเอามากๆ เลย Logic คงมีบาร์อีกเป็นพันเป็นหมื่นและอยากยัดใส่เพลงให้เราฟังจะแย่ ไม่ว่ามันจะจำเป็นต่อเนื้อหาหรือเปล่านะ นั่นแหละครับ ถึงมันจะสนุก ฟังง่าย ได้คิดตามก็ทึ่งบ้างก็ขำบ้าง เขาปรับโฟลวเข้ากับทุกบีทได้แทบไม่มีสะดุด แต่มันอัดเข้ามาเยอะเกินจนบางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าเพื่ออะไร บางทีเหมือนรีบเขาก็แร็พเร็วแแร็พเยอะขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่เนื้อหามันปล่อยไหลเรื่อยๆ ก็ได้ เอากระชับพอ จะเข้ากับบรรยากาศเพลงกว่าด้วย มันเหมือนเขาฟรีสไตล์อยู่ตลอดเวลาจนผมไม่รู้จะจับความรู้สึกประทับใจอะไรจากเพลงนั้นดี เช่นเดียวกับโปรดัคชั่นที่ถือว่าปริมาณสูสีกับคุณภาพจริงๆ  แต่อย่าง Skit กระจุกกระจิกที่ใส่มาหรือเทคนิคอื่นๆ มันก็ไม่ใช่ของใหม่เท่าไหร่ เช่นเสียงหุ่นยนต์ของ A Tribe Called Quest หรืออย่างแซมพลิงที่ถอดไอเดียจากคนอื่นเขาแบบชัดเกินนี่น่าจะหยุดอยู่ที่มิกซ์เทปได้แล้ว เขายึดแบบแผนของศิลปินคนอื่นจนเกือบไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย ยกเว้นเนื้อหา อันนั้นมันไม่มีข้อติมาแต่ไหนแต่ไรละ ถึงจนเพลงสุดท้ายมันปิดตัวแบบค้างคาไปหน่อย แต่คำว่า Til the End นี่คือ "จนกว่าจะจบ" น่าจะยังไม่ใช่จุดจบของคอนเซ็ปนี้นะ สรุปแล้ว ถ้าเขาจะคงจุดยืนของแรปเปอร์หน้าใหม่ที่สนุกกับการทำเพลง และทะเยอทะยานตามรุ่นใหญ่ต่อไป แบบเรียบๆ เดิมๆ ก็ไม่เป็นปัญหาหรอกมั้ง ถ้ารักษาคุณภาพเพลงได้อยู่ แต่เผื่อเวลามีคนถามเราว่าแนวเพลงเรื่องราวของ Logic นี่เป็นยังไงเหรอ มีอะไรเด่นกว่าแรปเปอร์คนอื่น ผมก็อยากได้คำตอบนั้นเหมือนกันนะ

เพลงที่ชอบ : Gang Related, I'm Gone, Never Enough, Under Pressure


Logic : Under Pressure (2014)
Visionary Music Group / Def Jam
By Jitrpanu Palarit 27/07/2017


การโต้แย้งเพื่อให้รู้ความจริงเป็นสิ่งที่ดี เถียงเราได้เลยนะ

Previous
Next Post »