Review | Logic - The incredible True Story


      สตูดิโออัลบั้มที่สองของแรปเปอร์จากแมริแลนด์ Logic ทิ้งช่วงไม่นานมากจากผลงานแรก Under Pressure ที่เป็นการเปิดตัวตนใหม่จากมิกซ์เทปเก่า ด้วยชิ้นงานที่สร้างด้วยกรอบความคิด และด้วยวิสัยที่ให้มโนภาพมากกว่าเดิม เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ศิลปินสร้างเอกลักษณ์ในงานของตัวเอง ไม่เพียงแต่ทำให้คนรอว่าเพลงของเขาจะออกมาดีหรือไม่ แต่องค์ประกอบโดยรวมที่สร้างสรรค์เติมแต่งในรูปแบบอัลบั้มเต็มได้ให้เรารู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งในโลกของศิลปินนั้นๆ รู้สึกถึงคุณค่าของมัน และรู้สึกยินดีที่จะควักเงินซื้อ โดยเฉพาะข้อหลังแม้ลอจิคในอัลบั้มนี้จะบอกว่าเงินไม่สำคัญก็ตาม แต่พี่ก็ขายนี่ครับ ตามที่ว่ามานั้น จะบอกได้ว่าในอัลบั้มแรกนั้น ลอจิคประสบผลสำเร็จได้บางส่วน แต่ก็ล้มเหลวไปอีกหลายส่วนในเวลาเดียวกัน เป็นปัญหาสองส่วนที่ตีคู่กันไประหว่าง ไอเดียและการนำเสนอ ลอจิคมีหัวสร้างสรรค์ในแบบคนที่ช่างจินตนาการ ในอัลบั้มแรกสิ่งที่เขานำเสนอคือเรื่องราวชีวิตตัวเอง และอาศัยอิทธิพลของรูปแบบเพลงฮิพฮอพในการเล่าเรื่อง ซึ่งที่เขาทำมันไม่ใช่การชักนำเอาอิทธิพลเดียวมาสร้างบรรยากาศ ไม่ใช่เวสโคสต์ ไม่ใช่อีสโคสต์ ไม่ใช่แทร็ปอย่างเดียว แต่เป็นอะไรก็ตาม อะไรก็ได้ที่เขาแร็พลงไปได้ และตรงนี้เลยที่เขายังทำได้แบบ เหลาะแหละไม่มีความชัดเจน อย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้วในรีวิวอัลบั้มก่อน

      มาที่อัลบั้มนี้ The Incredible True Story ได้เติมเต็มบางส่วนที่เคยตำหนิไป อย่างการสร้างคอนเซ็ปที่วางไว้อย่างลวกๆ ในอัลบั้มก่อน มาเป็นสิ่งที่เห็นภาพชัดขึ้นมาก ทำให้เข้าใจว่ามันเป็นไอเดียในการเกริ่นนำเรื่องราวมาสู่ภาพที่ใหญ่กว่า Under Pressure เป็นหนึ่งในเทปที่ลอจิคใช้ Thalia เสียงปริศนาเป็นผู้นำเสนอให้เราได้รู้จักลอจิคในจักรวาลนั้น ซึ่งสำหรับอัลบั้มนี้เป็นเรื่องราวของจักรวาลที่ออกนอกโลกกันจริงๆ เนื้อเรื่องนี้เกี่ยวกับโลกอนาคต มีกลุ่มลูกเรือจำนวนหนึ่งขึ้นยานอวกาศร่วมกับระบบปฏิบัติการ AI ก็คือ Thalia นั่นเอง ออกค้นหาดาวดวงใหม่ให้มนุษย์ที่ใกล้ถึงจุดจบ มุ่งหน้าสู่ดาวที่ชื่อ Paradise โดยอัลบั้มดึงความสนใจไปที่บทสนทนาระหว่างลูกเรือเกี่ยวกับโลกในอดีต ก็คือปัจจุบันสำหรับเรา พวกเขาเอาอัลบั้มๆ นี้แหละ มาเปิดฟังโดยบอกว่ามันเป็น "ของเก่า" ที่ยังเป็นที่รู้จักไปถึงยุคนั้น บอกว่ามันเป็นอัลบั้มที่ "เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง" โดยอิงเล็กๆ ถึง Under Pressure ว่าเป็นแค่อัลบั้มแรกของศิลปินที่ชื่อ Logic สิ่งที่ทำให้ไอเดียพิเศษคือพวกคนในเนื้อเรื่องที่กำลังเล่าเรื่องนี้เองก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอัลบั้มเช่นกัน ส่วนที่ขยายและดีกว่าอัลบั้มก่อนคือเรื่องราวส่วนตัวของ Logic จะถูกเล่าไปควบคู่กับเรื่องราวที่ดูเป็นบทละครของการสำรวจอวกาศนั้น เพราะจุดมุ่งหมาย ความหมายในการเดินทางนั้นใช้ความเข้าใจร่วมกัน ภารกิจเดียวกันกับ Logic คือออกค้นหาสิ่งที่เป็นจุดสูงสุด สิ่งที่ดีกว่าสำหรับชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกลับ มีความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ และเต็มไปด้วยอุปสรรคคล้ายกัน สำหรับลูกเรือนั้นนั้นคือหาดาว Paradise (สวรรค์) Logic เองก็กำลังก้าวไปสู่อีกช่วงหนึ่งของชีวิตที่ค้นหาจุดมุ่งหมายของชีวิตตัวเอง เขายังทำเพลงแร็พอยู่ไปเพื่ออะไร ต่อไปจะทำอะไร การผจญภัยนี้ก็จบด้วยรูปแบบเดียวกัน คือได้ค้นพบความหมาย น่าจะเรียกว่าทางออกหรือคำตอบมากกว่า สำหรับสิ่งที่พวกเขาตั้งข้อสงสัยมาตลอดการเดินทาง ซึ่งมันอาจไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจไว้เมื่อเริ่มต้นเดินทาง งืม

        เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็ประมาณนั้นครับ ทีนี้มาดูเกี่ยวกับการนำเสนอที่เป็นปัญหาที่ว่านี้บ้าง โปรดัคชั่นที่ยกระดับจากอัลบั้มแรกแบบเห็นได้ชัด ดูแพง (ไม่ชอบคำนี้เลย แต่ก็เหมาะดี) ก็เหมือนที่หนังอวกาศไซไฟจะใช้ทุนสร้างมากกว่าหนังทั่วไปนั่นแหละ ซึ่งในมุมมองของผู้เสพสื่อไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้มันดีกว่ากันหรืออย่างไร Transformers ไม่มีทางดีไปกว่า District 9 นอกจากบทแล้ว ภาพแสงสีเสียงที่กำกับความรู้สึกคนดูก็สำคัญ เช่นเดียวกับอัลบั้มนี้ มองจากปกแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังคงไม่ใช่แนวดนตรีที่ออกจะ "พื้นผิว" ที่เป็นความรู้สึกโอลสคูล บูมแบ็บ โลว-ไฟ อาร์แอนด์บี หรือแทร็ปแร็พที่ดีบ้างธรรมดาบ้างปะปนกันอยู่อย่างหลวมๆ (มีแซมพลิงเพลงประกอบเกมส์ Mario ด้วย ให้ตายสิ) และสิ่งที่แก้ไม่ตกจริงๆ คือการแร็พที่จนถึงตรงนี้ผมก็ยังไม่เห็นสิ่งที่จะเป็นสไตล์ของ Logic เอง โฟลวของเขาและการถ่ายทอดอารมณ์เขายังยึดรูปแบบจากศิลปินคนอื่น กับเนื้อหาในบาร์ที่คงความรู้สึกแบบการฟรีสไตล์ตลอดเวลา สิ่งที่เห็นว่าเพิ่มเข้ามาคือ เอ่อ เขาร้องเพลงครับ แบบร้องจริงๆ ซึ่งทำให้ผมหายสงสัยเลยว่าทำไมปกติเขาไม่ร้อง ก็ลองฟังดูละกัน คือถ้าให้ฟังไปแบบไม่คิดอะไร ไรม์ดีบาร์ดี ก็เป็นเพลงแร็พดีๆ จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ใส่อารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหามันยากจริงๆ ลอจิคไม่เคยให้ข้อมูลผ่านการแร็พที่สัมพันธ์กันเป็นโครงเรื่องได้ แค่บอกว่าอย่างนี้ดี อย่างนี้ไม่ดี ชีวิตเขาแค่อยากทำอะไรให้ดี เป็นศิลปินที่ดี ให้แฟนเพลงพอใจ ให้วงการยอมรับ แต่เขาไม่ได้เปิดใจเปิดเรื่องราวจำเพาะเจาะจงในชีวิต (story-telling น่ะครับ ผมเห็นเขาเคยทำในมิกซ์เทปแล้วมันดีมากเลยนะ) หรือลงลึกไปที่แนวคิดที่จับต้องได้กว่านี้ ให้เราได้ลองเดินตามเขาในรองเท้าคู่เดียวกัน จะสังเกตว่าข้อมูลที่เราได้จากเพลงเขา 90% นี่ถึงมาจากการอธิบายย้อนหลังของเขา ทั้งโซเชียลและบทสัมภาษณ์ต่างๆ สุดท้ายก็หวังว่าอัลบั้มต่อไป Logic จะรักษาแรงใจและได้รับแรงสนับสนุนให้เขาอยากทำอะไรที่เจ๋งๆ แบบนี้ต่อไป กังวลนิดๆ เพราะว่าเพลงสุดท้ายหลังจากจบเรื่องแล้วเห็นบอกว่ามันเป็นเพลง กู้ดบายฮิพฮอพ ด้วย ต่อไปจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าก็ไม่รู้

เพลงที่ชอบ : Young Jesus, Innermission, Stainless, Like Woah


Logic : The Incredible True Story (2015)
Visionary Music Group / Def Jam
By Jitrpanu Palarit 28/07/2017


การโต้แย้งเพื่อให้รู้ความจริงเป็นสิ่งที่ดี เถียงเราได้เลยนะ

Previous
Next Post »