Review | The Beatles - With The Beatles


           เพียงสี่เดือนหลังจากเสร็จกิจกับอัลบั้มเดบิวท์ ด้วยกระแสตอบรับที่ล้นหลาม สี่เต่าทองไม่รอช้าเดินหน้าอัดโปรเจ็คต่อไป เพื่อรักษาความต่อเนื่องของความนิยมของตัววงในฐานะน้องใหม่ และเป็นการเปิดฐานแฟน ๆ ข้ามขอบเขตของอุตสาหกรรมเพลง สู่ทวีปอเมริกาที่ครั้งหนึ่งถูกสบประมาทจากสื่อหลาย ๆ สำนักว่า เพลงแบบนั้น ถ้าหน้าตาไม่ดีจะไปยังไงรุ่ง Times เรียกพวกเขาสวะ Newsweek ไม่เห็นคุณงามความดีใด ๆ ในตัวพวกเขาแม้แต่นิด (สี่หนุ่มผมปรกหน้าจากอังกฤษ กับเพลงรักบั่นทอนสมองอัลบั้มนึง) ความเข้าใจเหล่านั้นล้วนถูกมองมุมกลับจากทุกคนในวงบีเทิลส์เอง พวกเขาเห็นความสำเร็จมาแต่ไกลตั้งแต่เครื่องยังลงไม่ถึงนิวยอร์ค อเมริกาคือด่านแรกที่หินที่สุด แต่สำคัญที่สุด หากคุณสร้างอิทธิพลอเมริกาได้ก็หมายถึงชนะไปครึ่งโลก

        ' It won't be Long ' อีกไม่นานแล้วที่ผมและคุณจะได้อยู่ด้วยกัน บีเทิลส์ยังถือเอาความนิยมจากแฟน ๆ เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวง เพลงสร้างความบันเทิงที่นอกจากเน้นความสำคัญไปที่การคัฟเวอร์เฉพาะเพลงฮิต ที่เหลือก็ต้องควรเป็นเพลงรักที่สามารถสื่อสารกับหัวใจแฟนคลับได้โดยตรง จะเอนจอยกับคนรักของคุณหรือใช้จิ้นกับพวกเขาก็ตามแต่ใจต้องการ ข้อแตกต่างกับ Please Please Me คืออัลบั้มนี้ไม่ได้อลวนบ้าดีเดือดอัด 14 เพลงรวด ในวันเดียวเหมือนเดิมอีกแล้ว พวกเขามีเวลาคิด จัดองค์ประกอบตลอดอัลบั้มได้ดีกว่าเดิม การตัดสินใจที่รอบคอบและสุขุมเห็นได้จากการเลือกใช้เพลงที่ยังถือว่า เบา ยังถ่อมตัว ไม่ได้เกินเลยโครงสร้างดั้งเดิมของเพลงตามสมัยมากเหมือนที่ทำกับช่วงหลัง ๆ ปกอัลบั้มมืดหม่นขาดรอยยิ้ม แต่ปนไปด้วยความมั่นใจของรุ่นใหม่ไฟแรง ชื่อของวงยังใส่ไว้แสดงถึงความตั้งใจที่จะรักษาธรรมเนียมการขายชื่อมากกว่าคุณค่าของเพลง เพราะ ' Money, That's what i want ' ไงล่ะ

          สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ นี่เป็นครั้งแรกที่นอกเหนือจากเพลงคัฟเวอร์และทุกอย่าง พอล-จอห์น นี่ยังเป็นครั้งแรกที่จอร์จมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงเดี่ยว รวมถึงบทบาทของริงโก้ในการร้องเพลง I Wanna be your man สร้างความกลมกลืนในการประสานงานของคนในวงให้ไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เค้นความสามารถส่วนตัวของแต่ละคนออกมา แม้จะยังสังเกตได้ยากในยุคแรก ๆ แต่อัลบั้มนี้ขีดเส้นพัฒนาการของบีเทิลส์ให้เราเห็นได้ชัดเลยทีเดียว ถึงแม้การจัดการอัลบั้มได้ดีขึ้น แต่มันขาดเสน่ห์ของความดิบที่ติดใจเราแบบการฟังอัลบั้มแรก อารมณ์สนุกและสงบเยือกเย็นดำเนินสลับกันไป เหมือนกำลังฟังวิทยุรวมฮิตสักช่องหนึ่ง การฟังผ่าน ๆ ให้ความรู้สึกเรียบตื้นเบาสมอง แต่เอาเข้าจริงเรามองข้ามความละเอียดทางดนตรีที่ซ่อนอยู่ในงานแต่ละชิ้นไม่ได้เหมือนกัน เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่านักวิจารณ์ฝ่ายโจมตีไม่ได้ทำแน่ ๆ ล่ะ เครื่องดนตรีและการใช้งานมีความหลากหลายมากขึ้น เสียงพอลใน Til There Was You ไพเราะและสมบูรณ์ที่สุดนับตั้งแต่อัลบั้มแรก ส่วนจอห์นใช้บุคลิกและน้ำเสียงห้าวหาญอย่างมืออาชีพกว่าเดิม เริ่มอัลบั้มด้วยความตื่นเต้น พลิกแพลงบรรยากาศได้หลากหลายแต่ราบรื่น จบด้วยการทิ้งความท้าทายและเตรียมอุ่นเครื่องไว้กับผู้ฟังให้ค้นหาคำตอบถึงสิ่งที่จะตามมา น่ายินดี ที่คลื่นระลอกใหม่และใหญ่กว่าเดิม 'A Hard Day's Night ' ไม่ได้ทิ้งระยะนานเกินรอ

เพลงที่ชอบ : All I've Gotta Do, All My Loving, Til There Was You, Please Mister Postman, Roll Over Beethoven, Hold Me Tight, Money (That's What I Want)


The Beatles - With The Beatles (1963)
Parlophone
By Jitrpanu Palarit 17/04/2017


Previous
Next Post »