Review | The Beatles - A Hard Day's Night


      ความร้อนแรงของบีเทิลมาเนียยังระอุต่อเนื่อง จนถึงห้วงเวลารุ่งเรืองอันเอ่ยได้เต็มปากว่าเป็นวงดนตรีแรกเริ่มที่สร้างสัญลักษณ์ของความ 'ป๊อบ' ได้ประสบความสำเร็จที่สุด ด้วยดนตรีป๊อบเคยถูกนิยามไว้ว่าเป็นลักษณะเพลงที่เข้าถึงง่าย ด้วยการออกแบบท่วงทำนองที่สั้นกระชัด ท่อนฮุกสองถึงสามชั้นที่ควรติดหูผู้ฟังได้ทันที บีเทิลส์ภาคแรกหรือทุกอย่างก่อน Rubber Soul สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมดและยังทำได้เหนือไปกว่านั้น ด้วยความสามารถทางดนตรีส่วนบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากนักดนตรี บุคลิกภาพของพวกเขา หล่อเหลา สดใสร่าเริง กวนประสาท ไอดอลสี่หนุ่มหน้าใสยังสามารถครองใจแฟนคลับสาวๆทั่วโลกได้ในยุคนั้น อิทธิพลของสี่เต่าทองไม่หยุดไว้ที่วงการดนตรี จนครอบคลุมไปถึงทุกส่วนของวงการบันเทิง แฟชั่น การแสดง และได้ข้ามไปอีกระดับของปัจจัยของการสร้างชื่อเสียงนั่นคือ ภาพยนตร์ของพวกเขาเอง (A Hard Day's Night 1964)

       อะฮาร์ดเดย์สไนท์คือเหตุการณ์ชีวิตของดาราหนุ่มที่หนักหนาและเคร่งเครียดกับงานศิลปิน ไม่พอ ชีวิตอีกด้านที่ต้องให้เวลากับความรัก อย่างแฟนสาว ก็เป็นภาระอีกอย่างที่ลำบากทั้งกายและใจ ด้วยความเป็นดาราดัง ชีวิตส่วนตัวพวกเขาจึงตกอยู่ในสายตาที่ทั้งหวังดีและมุ่งร้าย หรือทั้งสองอย่าง(โดยไม่ตั้งใจ)จากแฟน ๆ และคนในวงการ การจะมีแฟนสักคนในสภาพแบบนี้ไม่ง่าย แต่จะขาดก็ไม่ได้ เพราะชีวิตคู่รักก็คือส่วนที่ควรจะให้ความสุขและผ่อนคลายสำหรับคนทำงานทุกคน อัลบั้มนี้ (ที่ยังคงความเป็นบีเทิลยุคแรก ๆ) จึงบรรยายทั้งด้านดีของความรัก และความยากในการสร้างและรักษามันไว้เช่นกัน ซึ่งทุกเพลงโดยรวมแล้วเนื้อหาจึงไม่ได้มีความซับซ้อนเกินความเข้าใจเกินไปที่จะปล่อยอารมณ์รับกับ เพลงเร็ว เราก็เต้น เพลงช้า ก็รับเนื้อหาได้สบายหู (เศร้าบ้าง) และไม่ผิดที่บางคนจะจินตนาการว่าเข้ากับชีวิตตัวเอง

      สิ่งที่ผมรู้สึกได้ หรือว่าอัลบั้มจะตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น รึเปล่า คือ มันแบ่งเป็นองค์สามชัดเจนในมุมมองของความรัก ส่วนแรกที่บอกกับเรา บุคคลที่สาม ว่าเขารักเธอคนนั้นเพราะเธอสำคัญขนาดไหน กว่าจะมอบใจเธอทั้งใจมันต้องใช้อะไรบ้าง อย่างในสี่เพลงแรกความรู้สึกของเพลงอธิบายถึงความสุขของฝ่ายชายที่มีต่อผู้หญิง และทำไมถึงจำเป็นต้องมีเธอไว้ครอบครองในอนาคต ไปจนถึง And I Love Her ที่ความรักน่าจะตกผลึกในใจพอลไปเรียบร้อยแล้ว ผมจะทึกทักเอาละกันว่าฝ่ายหญิงเขาก็รักกลับแบบ หมดใจหรือเปล่าไม่ทราบ กลับไปว่าต่อที่ส่วนสองมันคือการพยายามยื้อรักษาชีวิตคู่ ด้วยความรักที่รุนแรง แต่กลับเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ หลาย ๆ ส่วนคนร้องพยายามบอกและเน้นย้ำกับฝ่ายหญิงว่า ด้วยทุกอย่างเขาที่มีนี้ ทั้งเงิน เวลา และทั้งใจมันสำคัญกับเขา แต่ก็พร้อมจะใช้มันกับเธอ

       และส่วนที่สามคืออารมณ์ที่รุนแรงหน่อย การผิดใจ น้อยใจ หึงหวง จะว่างอนเลยก็ได้ ซึ่งการงอนของศิลปินมันครอบพื้นที่ของคอนเซ็ปอัลบั้มนี้ไปครึ่งนึงได้ ตามที่อัลบั้มร่างภาพให้เราเห็น ฝ่ายชายกลับบ้านจากงานที่เหน็ดเหนื่อยใน A Hard Day's night จากที่ตั้งใจว่าจะกลับไปสะสางข้อข้องใจอะไรต่าง ๆ กับแฟนใน When I Get Home แล้วก็เริ่มถกเถียง (ในลักษณะน้อยใจ เสียความรู้สึก งอแง) ว่า ทำไมเธอทำกับฉัน แบบนี้! เรื่อยไปจนถึงจุดที่ เราไปกันไม่ได้แล้วหละ รักเธอมากแต่ทำอะไรไม่ได้เลย (ตามเหตุผลที่ว่า เพราะเราเลือกเขามาเอง) เพลงสุดท้ายนั้นพูดถึงว่าแม้เราต้องเลิกกันด้วยปัจจัยต่าง ๆ แต่ความรู้สึกเรายังผูกพันธ์อยู่ สักวันเราจะเจอกันอีก

        แน่นอน ทุกอย่างที่อ่านมาอาจจะฟังดูดีเมื่อแจกแจงให้ดูชัดเจน แต่จริง ๆ ความรู้สึกและบทบาทที่เขาเสนอต่อผู้ที่ฟังต่อเนื่องตลอดอัลบั้มเนี่ย มันไม่ได้ราบรื่นเลย ความติดที่รวบยอดมาแล้ว และไม่ได้มาจากคนเดียวกัน ในขณะที่เพลงที่พอลกับจอร์จร้องส่วนมากจะแสดงออกแบบมีระดับ นุ่มนวล บางทีจะรู้สึกดีแต่มีความหม่นหมองอยู่ข้างใน แต่จอห์นที่ได้รับอิทธิพลของร็อคแอนด์โรลมากกว่าใครอื่น กลับโฉ่งฉ่าง ฉุนเฉียว แบบในเพลง You Can't Do That นี่เผด็จการกับแฟนสุด ๆ จะว่าง่าย ๆ ก็เหมือนนักดนตรีขี่ม้าจากตะวันตกมาร่วมร้องกับนักดนตรีไนท์คลับขับลีมูซีน ในแนวเพลงเดียวกัน ผู้หญิงคนเดียวกันและแบบแผนเดียวกัน ทำไปช่วงแรกได้ดี เครื่องดนตรียังประสานและถ่ายทอดอารมณ์เต็มอิ่ม แต่ช่วงกลางเริ่มไขว้เขว ขึ้น ๆ ลง ๆ กลับไปกลับมา ครึ่งหลังที่ดูเหนื่อยหน่าย แล้วก็ตัดจบไปซะดื้อ ๆ อาจจะทำให้ขุ่นเคืองบ้าง แต่ด้วยภาพรวมที่ทางวงสร้างบรรยากาศ (ทั้งอัลบั้มและภาพยนตร์โปรโมท) ไว้ได้น่าติดตามและอยากฟังอีกรอบ ทำให้มันถือเป็นข้อดีที่มีมากกว่าสองอัลบั้มแรก ที่งานเพลงส่วนมากดีเหมือนกัน แต่จะเป็นลักษณะรวมฮิตมากกว่า

เพลงที่ชอบ : A Hard Day's Night, I Should Have Known Better, If I Fell, And I Love Her, Tell Me Why, I'm Happy Just to Dance with You, Things We Said Today, When I Get Home, You Can't Do That


The Beatles - A Hard Day's Night (1964)
Parlophone
Review By Jitrpanu Palarit 16/04/2017


Previous
Next Post »