Review | Frank Sinatra - In The Wee Small Hours


 Frank Sinatra หรือ Francis Albert Frank Sinatra สุดยอดพลังเสียงในวงการคลาสสิคแจ๊สและป๊อปผู้ผ่านชีวิตสายการบันเทิงมาแล้วทุกรูปแบบ มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมดนตรีอเมริกาและเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินทั่วโลกควบคู่กับนักร้องชื่อก้องโลกอีกหลายคน สิ่งที่ทำให้ซินาตร้าแผกแยกจากนักร้องสมัยเก่าหรือแม้แต่นักร้องที่เป็นแรงบันดาลใจของเขา คือความเป็นศิลปินในตัวตนของเขา ซินาตร้าเป็นอีกคนที่ไต่เต้าจากจุดที่ต้อยต่ำ จากเด็กน้อยเสียงดีมีความฝันในวงดนตรีของคลับบุโรทั่งแห่งหนึ่ง ผันกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์แห่งมหานครลาสเวกัส ศักยภาพในการบริหารชีวิตตัวเองของซินาตร้าจึงไม่เป็นที่กังขาแม้แต่น้อย ซินาตร้าไม่ใช่ไอดอลจำพวกที่ผู้จัดการหรือโปรดิเซอร์จะมาชี้นิ้วสั่งได้ อิทธิพลและความสามารถของเขาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผลักดันให้เกิดผลงานดนตรีอันยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยอันรุ่งเรืองของดนตรีแจ๊สและบลูส์ อัลบั้ม 'In The Wee Small Hours' นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่มรสุมชีวิตก่อนหน้านี้ของซินาตร้านั้นรุนแรงเหลือเกิน ดาวที่เคยรุ่งโรจน์ดับไปเสียดื้อๆมีหรือจะเป็นไปได้ บารมีของซินาตร้ายังคอยฉุดให้เขาลุกขึ้นสู้ต่อทั้งด้านวงการดนตรีและการแสดง ซินาตร้าได้รับโอกาสอีกครั้งจากค่ายเพลงที่เจ้าของเป็นแฟนเพลงตัวยงของซินาตร้า และเขาได้พบกับ Nelson Riddle นักดนตรี,นักประพันธ์เข้ามาร่วมงานในอัลบั้มนี้และร่วมสร้างปรากฏการณ์ให้ซินาตร้าเกิดใหม่เป็นดาวที่ส่องสว่างอีกครั้ง

 มันถือเป็นหนึ่งอัลบั้มแรกๆของโลกในประวัติศาสตร์ที่เริ่มมีคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่ถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดี พูดง่ายๆคือนี่เป็นอัลบั้มที่ดูเป็นอัลบั้มเหมือนในปัจจุบันที่สุดในยุคนั้น มีการแบ่งลำดับเพลงอย่างชัดเจน กำกับอารมณ์ของผู้ฟังให้อยู่ในโทนเดียว ต่างจากงานเพลงของศิลปินอื่นที่ทำผ่านๆไม่มีรูปแบบแน่นอน ปกอัลบั้มที่เราเห็นซินาตร้ายืนสูบบุหรี่ทอดอาลัยอยู่ข้างถนนก็เป็นไอเดียของซินาตร้าเองที่ต้องการนำชีวิตส่วนตัวของเขา แม้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เขาก็ได้นำมันมาประยุกต์ใช้เป็นธีมอัลบั้ม คือเรื่องราวของความรัก ความผิดหวัง โศกเศร้า โดดเดี่ยว ความกดดัน การทบทวนความคิด และชีวิตราตรีของซินาตร้าเอง เชื่อกันว่าเป็นเรื่องราวช่วงที่ซินาตร้ามีข่าวฉาวความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับอดีตภรรยา Ava Gardner ซึ่งได้หย่ากันภายหลังจากออกอัลบั้มนี้ไป แน่นอนว่าการทำงานเส้นทางบนงานที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มาด้วยทางที่โรยกลีบดอกไม้ แม้เพลงที่ออกมาคือความรู้สึกสบายๆเจือปนด้วยความขมขื่นเพียงเล็กน้อย แต่ตลอดการอัดเพลงในอัลบั้มบรรยากาศมาคุไปด้วยความเครียดและแรงกดดัน แก้วกาแฟที่วางเกลื่อน ซินาตร้าและทีมงานทำแบบหามรุ่งหามค่ำลืมวันลืมคืน เคยปล่อยมุกด้วยซ้ำไปว่าเขาน่าจะเป็นช่างประปาไปซะเลยอะไรทำนองนั้น ไม่แน่นี่อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลถึงชีวิตครอบครัวส่วนใหญ่ของซินาตร้า

 ความโศกเศร้าห่อเหี่ยวกระชากใจ ความรู้สึกที่เราได้รับตลอดการฟังทั้งอัลบั้มนี้เป็นความรู้สึกที่ส่งตรงจากซินาตร้าโดยแท้ มีรายงานว่าซินาตร้าถึงกับร้องไห้หลังจากเสร็จสิ้นงานเพลง 'When Your Lover Has Gone' ความจริงแล้วอัลบั้มนี้ค่อนข้างจะออกแบบสำหรับผู้ฟังท่านใหม่ๆ ให้สามารถเข้าถึงโลกดนตรีของซินาตร้าหรือการขับร้องเพลงแจ๊ส ทั้งความมืดหม่นโรแมนติคที่ง่ายต่อความรู้สึกซาบซึ้งและการทำความเข้าใจ อีกส่วนหนึ่งย่อมมาจากงานโปรดิวส์ที่ตั้งใจ จังหวะจะโคนอันลงตัวของกีต้าร์ ซิเลสตา เปียโน ส่วนนี้คือส่วนที่บิล มิลเลอร์ และ เนลสัส ริดเดิ้ล นักดนตรีคู่บุญนั้นสมควรได้รับความดีความชอบอย่างเต็มที่ หัวคิดออกแบบของริดเดิ้ลเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม แต่ละเพลงนั้นหาใช่การทำอย่างมักง่าย ริดเดิ้ลบรรจงใส่ความรู้สึกที่มีส่วนร่วม ฝังมโนภาพให้เราสัมผัสได้ง่าย ความโดดเด่นของอินโทรเพลง In The Wee Small Hours, Can't We Be Friends, III Wind, และ Glad to Be Happy ให้ความรู้สึกของเพลงที่ต่างกันออกไป แสดงออกถึงความพิถีพิถันในงานดนตรีของทีมงาน อัลบั้มนี้คือหนึ่งในงานชิ้นสำคัญที่ส่งผลมากต่อชีวิตของซินาตร้า แม้ไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุด แต่มันก็ทำให้เขากลับเข้าสู่ระดับความมีชื่อเสียง เป็นดาวแบบที่เข้าเคยสมควรได้รับ ดีกว่าการที่จะดับวูบไปเฉยๆ  เขายังชนะใจแฟนเพลงผู้ฟังรุ่นใหม่ ชื่อของชายหนุ่มนามว่า แฟรงค์ ซินาตร้า ไม่เคยยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

เพลงที่ชอบ : What Is This Thing Called Love, I'll Be Around, Dancing On The Ceiling, In The Wee Small Hours, Mood Indigo, Can't We Be Friends?


Frank Sinatra : In The Wee Small Hours (1955)
Capital Record
Review By Jitrpanu Palarit 15/01/2016


Previous
Next Post »