Kendrick Lamar - i แปลไทย



" อย่าคิดจะรักคนอื่น ถ้ายังไม่รักตัวเอง "

[Skit]
"We got a young brother that stands for something! 
We got a young brother that believes in the all of us! 
Brother Kendrick Lamar! 
He's not a rapper,  he's a writer, he's an author! 
And if you read between the lines, 
we'll learn how to love one another! 
But you can't do that — right on! — 
I said, you can't do that without loving yourself first."

" ตอนนี้เรามีน้องชายคนหนึ่งผู้ยืนหยัดเพื่อบางสิ่ง !
เรามีน้องชายที่เชื่อมั่นในตัวของพวกเราทุกคน !
เขาคือ เคนดริก ลามาร์ ! 
เขาไม่ใช่แค่เพียงแร็ปเปอร์, แต่เขาคือนักกวี, เขาคือนักประพันธ์ ! 
และถ้าคุณลองมองเนื้อหาของกวีนี้ให้ดี
พวกเราจะได้เรียนรู้วิธีรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
แต่คุณคงไม่สามารถทำมันได้ -- ใช่แล้ว --
ย้ำเลยว่า, คุณคงไม่อาจทำมันได้ถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองก่อน. "

[Sample]
This is a world premiere!

นี้คือรอบปฐมทัศน์ครั้งแรกของโลก !

[Intro]
I done been through a whole lot
Trial, tribulation, but I know God
Satan wanna put me in a bow tie
Pray that the holy water don't go dry
As I look around me
So many motherfuckers wanna down me
But an enemigo never drown me
In front of a dirty double-mirror they found me

ฉันผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมามากมาย
ความเจ็บปวด, ยากลำบาก, แต่พระองค์ยังยืนอยู่เคียงข้าง
ซาตานอยากจับฉันผูกโบเหมือนสัตว์เลี้ยง
ภาวนาให้น้ำมนต์ศักดิ์สิทธื์ไม่แห้งเหือดไปเสียก่อนนะ
แล้วพอฉันมองดูรอบตัว
พวกขี้อิจฉาต่างต้องการจะคว่ำตัวฉันลง
แต่พวกมันคงทำอะไรฉันไม่ได้หรอก
หน้ากระจกที่สะท้อนด้านชั่วของมนุษย์เราเท่านั้น พวกเขาถึงจะพบฉัน

[Hook]
And I love myself
(The world is a ghetto with big guns and picket signs)
I love myself
(But it can do what it want whenever it want, I don't mind)
I love myself
(He said I gotta get up, life is more than suicide)
I love myself
(One day at a time, sun gon' shine)

และฉันรักชีวิตฉัน
(โลกใบนี้มันก็แค่สลัมที่เต็มไปด้วยกระสุนปืนและป้ายประท้วง)
ฉันรักตัวฉัน
(แต่ถ้ามันต้องเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม, ฉันก็ไม่ว่าไรหรอก)
ฉันรักตัวเอง
(เขาบอกฉันว่าควรลุกขึ้นมาได้แล้ว, ชีวิตแม้งมีอะไรมากกว่าการฆ่าตัวเองตาย)
ฉันรักตัวเองเว้ย
(และเมื่อถึงวันนั้น, ท้องฟ้าจะสว่างสดใสอีกครั้ง)

[Verse 1]
Everybody lookin' at you crazy (Crazy)
What you gon' do? (What you gon' do?)
Lift up your head and keep moving (Keep moving)
Or let the paranoia haunt you? (Haunt you)
Peace to fashion police, I wear my heart
On my sleeve, let the runway start
You know the miserable do love company
What do you want from me and my scars?
Everybody lack confidence, everybody lack confidence
How many times my potential was anonymous?
How many times the city making me promises?
So I promise this

ทุกคนมองมาหาคุณด้วยความบ้าคลั่ง (บ้าคลั่ง)
คุณจะทำยังไงล่ะ ? (จะทำยังไง ?)
เชิดหน้าขึ้นและก้าวเดินต่อไป (เดินต่อไป)
หรือปล่อยให้เสียงเหล่านั้นทำร้ายคุณ ? (ทำร้ายคุณ)
ขอสันติแด่แฟชั่นของพวกตำรวจ, ฉันใส่แค่หัวใจก็พอแล้ว
เก็บมันไว้เป็นความลับ, และปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อไป
คุณก็รู้เหล่าคนทุกข์ ก็มักอยู่รวมกับคนที่มีความรู้สึกเหมือนเขา
แล้วคุณอยากให้ฉันทำอะไร ต้องการอะไรจากอดีตของฉันล่ะ ?
ทุกคนต่างขาดความมั่นใจ, ทุกคนขาดความมั่นใจไปหมด
กี่ครั้งแล้วล่ะ ที่ฉันต้องถูกปิดบังความสามารถที่มีอยู่ภายใน
กี่ครั้งแล้วที่เมืองนี้ทำให้ฉันต้องกล่าวคำสัญญา
แต่ฉันขอสัญญาแล้วกันว่า

[Hook]
And I love myself
(The world is a ghetto with big guns and picket signs)
I love myself
(But it can do what it want whenever it want, I don't mind)
I love myself
(He said I gotta get up, life is more than suicide)
I love myself
(One day at a time, sun gon' shine)

ฉันรักชีวิตฉัน
(โลกใบนี้มันก็แค่สลัมที่เต็มไปด้วยกระสุนปืนและป้ายประท้วง)
ฉันรักตัวฉัน
(แต่ถ้ามันต้องเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม, ฉันไม่สนหรอก)
ฉันรักตัวเอง
(เขาบอกฉันว่าควรลุกขึ้นมาได้แล้ว, ชีวิตแม้งมีอะไรมากกว่าการฆ่าตัวเองตายนะ)
ฉันรักตัวเองเว้ย
(เมื่อถึงวันนั้นมาถึง, ท้องฟ้าสีครามจะสดใส)

[Verse 2]
They wanna say it's a war outside and a bomb in the street
And a gun in the hood and a mob of police
And a rock on the corner and a line for the fiend
And a bottle full of lean and a model on the scene yup
These days of frustration keep y'all on tuck and rotation
I duck these cold faces, post up fi-fie-fo-fum basis
Dreams of reality's peace
Blow steam in the face of the beast
The sky could fall down, the wind could cry now
The strong in me, I still smile

พวกเขาคงอยากจะบอกว่า มีสงครามอยู่ข้างนอกนั้น มีระเบิดบนท้องถนน
มีอาวุธอยู่เต็มบ้านเรือน และมีม็อบของพวกตำรวจ
มีการขายยาเสพติดที่มุมถนน และมีการต่อแถวรอซื้อมัน
มีแก้วที่เต็มไปด้วยลีน และเหล่าหญิงขายบริการ ใช่
วันนี้มีแต่ความสิ้นหวัง คุณเลยเอาแต่พี้ยาและทำมันอยู่อย่างนั้น
ฉันเลยโผล่ออกมา, เพื่อกู่ร้องบอกคุณให้กลับลงไป (ยังความจริง)
เฝ้าฝันถึงความสงบในความเป็นจริง
พ้นควันด้วยใบหน้าอย่างมีความสุข
แม้ท้องฟ้าจะร่วงหล่นลงมา, สายลมจะร่ำไห้เพียงใด
ตัวฉันยังคงแข็งแกร่ง, พร้อมยิ้มเผชิญกับมัน

[Hook]
And I love myself
(The world is a ghetto with big guns and picket signs)
I love myself
(But it can do what it want whenever it want, I don't mind)
I love myself
(He said I gotta get up, life is more than suicide)
I love myself
(One day at a time, sun gon' shine)

และฉันรักชีวิตฉัน
(โลกใบนี้มันก็แค่สลัมที่เต็มไปด้วยกระสุนปืนและป้ายประท้วง)
ฉันรักตัวฉัน
(แต่ถ้ามันต้องเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม, ฉันก็ไม่ว่าไรหรอก)
ฉันรักตัวเอง
(เขาบอกฉันว่าควรลุกขึ้นมาได้แล้ว, ชีวิตแม้งมีอะไรมากกว่าการฆ่าตัวเองตาย)
ฉันรักตัวเองเว้ย
(และเมื่อถึงวันนั้น, ท้องฟ้าจะสว่างสดใสอีกครั้ง)


[Bridge]
Walk my bare feet (Walk my bare feet)
Down, down valley deep (Down, down valley deep)
Fi-fie-fo-fum (Fi-fie-fo-fum)
My heart undone (My heart undone)

เดินไปด้วยเท้าเปล่า (เดินไปด้วยเท้าเปล่า)
ฝ่าหุบเขาเงามัจจุราช (ฝ่าหุบเขาเงามัจจุราช)
ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด (ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด)
หัวใจฉันได้ถูกชำระล้างแล้ว (หัวใจได้ถูกชำระล้าง)


[Hook]
And I love myself
(The world is a ghetto with big guns and picket signs)
I love myself
(But it can do what it want whenever it want, I don't mind)
I love myself
(He said I gotta get up, life is more than suicide)
I love myself
(One day at a time, sun gon' shine)

ฉันรักชีวิตฉัน
(โลกใบนี้มันก็แค่สลัมที่เต็มไปด้วยกระสุนปืนและป้ายประท้วง)
ฉันรักตัวฉัน
(แต่ถ้ามันต้องเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม, ฉันไม่สนหรอก)
ฉันรักตัวเอง
(เขาบอกฉันว่าควรลุกขึ้นมาได้แล้ว, ชีวิตแม้งมีอะไรมากกว่าการฆ่าตัวเองตายนะ)
ฉันรักตัวเองเว้ย
(เมื่อถึงวันนั้นมาถึง, ท้องฟ้าสีครามจะสดใส)


[Verse 3]
I went to war last night
With an automatic weapon, don't nobody call a medic
I'ma do it till I get it right
I went to war last night
I've been dealing with depression ever since an adolescent
Duckin' every other blessin', I can never see the message
I could never take the lead, I could never bob and weave
From a negative and letting them annihilate me
And it's evident I'm moving at a meteor speed
Finna run into a building, lay my body in the street
Keep my money in the ceiling, let my mama know I'm free
Give my story to the children and a lesson they can read
And the glory to the feeling of the holy unseen
Seen enough, make a motherfucker scream, "I love myself!"

ฉันไปเข้าร่วมสงครามมาเมื่อคืนนี้
ด้วยอาวุธปืนแบบครบมือ, ไม่มีใครโทรเรียกรถพยาบาลด้วยซ้ำ
ฉันจะทำมันจนกว่าฉันจะเข้าใจมัน
ฉันไปร่วมสงครามมาเมื่อคืน
ฉันน่ะรับมือกับโรคซึมเศร้าได้ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กแล้วล่ะ
หลีกเลี่ยงทุก ๆ คำอวยพร, ฉันไม่เห็นข้อความเหล่านั้นอีกเลย
ฉันไม่เคยแม้แต่เป็นผู้นำใคร, และไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาได้
จากถ้อยคำสบประมาทต่าง ๆ แต่ฉันปล่อยพวกมันด่าว่าฉันไป
และมันก็ชัดเจนแล้ว, ว่าคำเหล่านั้นทำให้ฉันทะยานไปข้างหน้า
พยายามหลีกหนีเข้าไปในอาคาร, หลบจราจลบนท้องถนน(หนีสงครามแก๊ง)  
เก็บหอมรอมริบเงินไว้บนเพดาน, ให้แม่ได้รู้ ว่าฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว
มอบเรื่องราวของฉันให้เด็ก ๆ และสอนบทเรียนให้พวกเขา
และจงภูมิใจยินดีกับการที่ได้อยู่บนท้องถนนแห่งนี้
เมื่อเพียงพอแล้ว, ก็ทำให้พวกแม่งตะโกนออกมาดัง ๆ ว่า " กูรักชีวิต !! "

[Outro]
I lost my head
I must misread what the good book said
Oh woes be me, it's a jungle inside
Give myself again till the well runs dry (i)

ฉันสูญเสียสติ
ฉันคงอ่านผิด จากสิ่งที่หนังสือดี ๆ พยายามจะสื่อ
โอ้ ฉันกำลังกลายเป็นใคร, มีบางสิ่งผิดปกติอยู่ข้างใน
ให้ชีวิตฉันอีกครั้ง จนกว่าเสียงเพลงของฉันจะหายไป (ฉัน)

[เสียงรถบนท้องถนน]


----------------------------------------------------
    ศิลปิน : Kendrick Lamar
อัลบั้ม  To Pimp A Butterfly
      แนวเพลง West Coast Hip Hop Rap
ปล่อยเมื่อวันที่ : 23 กันยายน 2014
----------------------------------------------------

Phattadon Nilphat


Previous
Next Post »